แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health-Detox แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Health-Detox แสดงบทความทั้งหมด

ตัวอย่างสูตร

  1. น้ำสับปะรดมิลค์เชก
  2. น้ำกล้วยหอมผสมเนยถั่ว
  3. น้ำสตรอเบอร์ร่ราตรีสวัสดิ์
  4. น้ำมะม่วงผสสับปะรดน้ำกล้วยหอมกลิ่นอบเชย
  5. น้ำกล้วยหอมผสมลูกพรุน
  6. น้ำแครอทผสมกล้วยหอม
  7. น้ำมะพร้าวอ่อนผสมมะละกอ
  8. น้ำข้าวดพดและมะพร้าวอ่อน
  9. น้ำมะปรางกลิ่นมะนาว
  10. น้ำแตงโมข้าวโพดหวาน

ที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างสูตรคร่าวๆ ใครสนใจก็ไปหาอ่านสูตรทั้งหมดได้ในหนังสือ "น้ำผัก-ผลไม้ ล้าพิษ เพื่อความสดใส-สุขภาพดี" ของ คุณอภิสิทธิ์ วรจิตรสกุล

ผลไม้ล้างพิษ

7/1/51 |

ในปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ทำให้เราต้องเลือกรับประทาน เพราะทุกสิ่งทุก อย่างที่เข้าสู่ร่างกายแล้วย่อมมีผลตามมาทั้งสิ้น อาหารชนิดเดียวกันบางครั้งก็มีทั้ง คุณทั้งโทษ และวันนี้เราจะมาแนะนำผลไม้ซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด และที่สำคัญยังสามารถล้างพิษในร่างกายเราได้อีกด้วย

แอปเปิ้ล : เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอป เปิ้ลจะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอป เปิ้ลยังมีเส้นใยมากจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ช่วยให้ตับและระบบย่อย ทำงานได้ดียิ่งขึ้น กระตุ้นน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและเกลือแร่ และยังเหมาะกับผู้ที่ กำลังลดน้ำหนักอีกด้วย

องุ่น : เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมี คุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและ นำไปใช้ได้ง่าย เกลือแร่อุดม ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย

สับปะรด : มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกใน กระเพาะ และช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษา อาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอ ช่วยการทำงาน ของต่อมไร้ท่อและช่วยกำจัดน้ำมูก

มะละกอ มะม่วง แตงโม : มีลักษณะคล้ายคลึงกันแต่มะม่วงมีสารสำคัญน้อยกว่ามะละกอ เล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินใน กระเพาะอาหาร ดังนั้นมันจึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับ โปรเมลิน ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร เชื่อกัน ว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย แตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงช่วยฟอก ล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทำให้สบายท้อง

น้ำคั้นจากเปลือกของแตงโมและเมล็ด หากดื่มก่อนกินเนื้อแตงโมในมื้ออาหารสักครึ่ง ชั่วโมง จะทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเปลือกของแตงโมอุดมด้วยคลอโรฟิลล์และ เมล็ดอุดมด้วยวิตามิน

ผลไม้มีประโยชน์ มากคุณค่า แถมทำให้เราไม่อ้วนด้วย อย่างนี้น่าจะลองหาผลไม้ ติดบ้านไว้ แทนขนมขบเคี้ยว หรือขนมหวานก็จะดีไม่น้อยเลย

ที่มา : http://www.thaifooddirect.com/

ล้างพิษ-จำแนกตามอวัยวะที่แสดงบทบาท

ถ้าจำแนกกระบวนการล้างพิษ ตามอวัยวะที่แสดงบทบาท อาจแบ่งการล้างพิษเป็น

๑. ล้างพิษทางตับ เป็นกระบวนการหลักของการล้างพิษ เพราะตับเป็นอวัยวะหลักในการกำจัดสารพิษ ด้วยปฏิกิริยาทางชีวเคมี มีประโยชน์ ทั้งขจัด สารเคมีที่ปนเปื้อนมาในอาหาร สารแต่งสีแต่งกลิ่น สารกันบูด ผงชูรส ยาที่กินมากเกินไป สารฮิสตามีนที่ก่อภูมิแพ้ ทั้งสารก่อไข้ สารจากการเน่าเปื่อยผุพัง ของเซลล์เสีย เซลล์ตาย จากการทำเคมีบำบัดหรือฉายแสง

๒.ล้างพิษทางไต ไตเป็นอวัยวะกำจัดสารพิษอวัยวะที่สอง ที่ขับออกทางปัสสาวะ มีประโยชน์ ในการขจัด สารพิษ ชนิดที่ละลายได้ในน้ำ ซึ่งปกติไตทำหน้าที่ขับออก ทั้งยา ทั้งสารที่ปนเปื้อน มาในอาหาร และ น้ำที่เรากิน

๓. ล้างพิษทางระบบน้ำเหลือง น้ำเหลืองเป็นเหมือนห้วงมหาสมุทรที่รับน้ำเสียจากคูคลอง เวลาเซลล์ เราขจัดสารเสียด้วยการซึมผ่าน จะออกมาในน้ำรอบเซลล์แล้วระบายสู่น้ำเหลือง ระบบนี้ยังมีต่อมน้ำเหลือง มีเซลล์เม็ดเลือดขาว มีสารอิมมูโนโกลบูลิน ที่ทำหน้าที่เขมือบจับอณูของสารแปลกปลอม ที่เป็นชิ้นๆ ไปจนถึงแบคทีเรีย ไวรัส หรือเศษซากของมัน รวมไปถึงเซลล์มะเร็ง จะขจัดด้วกระบวนการนี้ด้วย

๔. ล้างพิษทางลำไส้ใหญ่ ลำไส้ใหญ่เป็นแหล่งใหญ่ที่เกิดสารพิษ ส่วนใหญ่เกิดจากการหมักหมม ของเศษซากอาหาร ที่ถูกแบคทีเรียทำให้บูดเน่า ถ้าเข้าใจอย่างผิวเผินก็ถือกันว่า ในลำไส้ใหญ่ ล้วนมีสารเสีย ที่เกิดจากแบคทีเรีย ที่ต้องขจัดออก ปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการดูดซึมกลับเข้าตัว ก่ออันตรายแก่สุขภาพ แต่ความรู้ใหม่ๆ จะอธิบายต่อไปอีกว่า ในลำไส้ใหญ่ จะมีทั้งแบคทีเรียที่ดี และที่ไม่ดี ซึ่งอยู่ร่วมกัน และแข่งขันกัน แบคทีเรียที่ดีๆ ถ้าได้รับการเพาะเลี้ยงให้เจริญเติบโตในลำไส้ ได้ดี จะย่อยซากอาหาร ที่ผ่านมาถึง เกิดเป็นสารที่มีประโยชน์ เช่น กรดไพรูวิก กรดบิวทีริก และอื่นๆ สารเหล่านี้ สามารถดูดซึม เข้าสู่ตับ กลายเป็นพลังงานให้แก่ตับได้ถึง ๑๐ % ของพลังงานทั้งหมดที่ตับใช้เลยทีเดียว

นี่นับเป็น เรื่องใหม่ เพราะเดิมทีเราถือกันว่า ลำไส้ใหญ่มีหน้าที่ดูดซึมน้ำกลับเข้าตัวเท่านั้น อะไรที่มาถึงตับ มักจะเป็นของไม่มีประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว

สวนลำไส้ล้างพิษ

การสวนลำไส้ เพื่อล้างพิษ มีความหลากหลายอยู่มากในวิธีการ และผู้รักสุขภาพมักจะงุนงงกันว่า มีกี่วิธี และสูตรไหนจึงจะถูกต้อง ความจริงจะสวนวิธีไหนก็แล้วแต่ความต้องการผลอย่างไร กล่าวคือ

๑. การสวนเพื่อล้างพิษลำไส้
๒. การสวนเพื่อล้างพิษร่างกาย ผ่านการทำงานของตับ
๓. การสวนเพื่อล้างพิษแบคทีเรีย

การสวนเพื่อล้างพิษลำไส้ เดิมเป็นการสวนทำความสะอาดลำไส้ เพื่อกำจัดอุจจาระที่ค้างอยู่ จะเป็นการสวน ด้วยน้ำสบู่ แบบที่ทำในโรงพยาบาล ปัจจุบันทางธรรมชาติบำบัด จะสวนด้วยน้ำเปล่า โดยใช้เครื่องสวนพิเศษ ที่เรียกว่า เครื่องโคลอน (Colon cleansing machine) ซึ่งทำความสะอาด ได้หมดจดกว่า สามารถขจัดตะกรัน ของอุจจาระค้างปี ออกจากลำไส้ ได้ค่อนข้างเกลี้ยงเกลา

การสวนเพื่อล้างพิษร่างกาย ผ่านการทำงานของตับ เป็นการสวนเพื่อทำความสะอาด ร่างกายทั้งหมด โดยเร่งการขับของเสีย ผ่านการทำงาน ของตับเป็นหลัก วิธีนี้คือการสวนด้วยน้ำกาแฟ โดยกาแฟอีน จะถูกดูดซึม ผ่านเส้นเลือดดำ เข้าสู่ตับ ไปกระตุ้นตับให้ทำงานมากขึ้น

อาจมีการสวนด้วยน้ำสมุนไพรบางตัว เช่น การสวนด้วยว่านน้ำ ซึ่งความรู้ทางอายุรเวท กล่าวว่า ว่านน้ำ มีคุณสมบัติ ดึงพิษออกมา ผ่านผนังลำไส้

การสวนเพื่อล้างพิษแบคทีเรีย เป็นการสวนเพื่อลดจำนวนแบคทีเรียตัวร้าย ที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบ ของผนังลำไส้ หรือทำให้ อุจจาระเหม็น กลิ่นปากกลิ่นตัวแรง อาจสวนด้วยน้ำมะนาว ซึ่งทำให้พื้นที่นั้น เป็นกรดอ่อน น้ำคลอโรฟิล น้ำกระเทียม น้ำต้มฟ้าทลายโจร

อย่างไรก็ดี การสวนเพื่อล้างพิษแบคทีเรีย จะเกิดผลชั่วคราว โดยสารละลาย บางทีก็มีฤทธิ์ ระคายเคืองมาก ซึ่งจะสำแดงอาการ ด้วยการถ่าย มีมูกๆปนมา นั่นแปลว่า ลำไส้ชักจะบ่นแล้วนะ ว่าเจ้าของ กำลังเล่นอะไร กับเราอยู่

แบคทีเรียที่ดี ส่งเสริมได้ด้วย การปรับเปลี่ยนอาหารจะดีกว่า

ที่มา : http://www.asoke.info/

ล้างพิษ หรือ Detoxification เป็นที่นิยมอยู่มากในเวลานี้ ในหมู่ผู้รักสุขภาพ คนทั่วไปรู้จัก ในฐานะของ การสวนล้างลำไส้ ด้วยกาแฟ และเรียกสั้นๆว่า ดีท็อกซ์

คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่สนใจการสวนลำไส้ แต่ถ้าคุณทำไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า โดยไม่เข้าใจทฤษฎี ที่ถูกต้อง คุณอาจหลงทิศ ผิดทาง นอกจากไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรแล้ว ยังอาจเกิดโทษ ตั้งแต่ปวดมวนท้อง ไปจนถึง อ่อนเพลีย เกินกว่าเหตุ หรือกระทั่งกลับทำให้สารพิษ คั่งอยู่ในตัวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

และต่อไปนี้คือความรู้ใหม่ว่าด้วยทฤษฎีการล้างพิษ

ในความรู้ทางชีวภาพของเซลล์ เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่า เซลล์แต่ละเซลล์ มีกระบวนการขจัดสารพิษ ภายในตัวของมัน ทั้งด้วยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ออกสู่ภายนอก แล้วผ่านออกไปทาง ระบบน้ำเหลือง นั่นประการหนึ่ง

ภายในเซลล์เองก็มีเอนไซม์และสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ ส่วนมากอยู่ในชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เรียกว่า ไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นแหล่งที่มีกระบวนการเคมีในเซลล์ และอาศัยการลำเลียง ผ่านท่อเล็ก ในเซลล์ ส่งผ่านสารเสีย ไปจากเซลล์อีกทอดหนึ่ง

ล้างพิษ-มุมมองเชิงร่างกายและจิตใจถ้าขยายมุมมองในระดับที่เชื่อมโยงร่างกายกับจิตใจ กระบวนการล้างพิษมีอยู่ถึง ๕ กระบวน การใหญ่คือ

๑) กินเพื่อล้างพิษ โดยอาศัยกินข้าวกล้อง ผักสด ผลไม้และพืชสมุนไพร เพื่อรับแอนติออกซิแดนต์ และสารผัก ไปขจัดพิษ ภายในร่างกาย

๒) อดเพื่อสุขภาพ อาศัยการกินน้อย เพื่อลดปริมาณสารเสียที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการกินการย่อย ปล่อยโอกาส ให้เซลล์ร่างกาย มีกระบวน การชีวเคมีขจัดสารเสียด้วยตัวเอง

๓) สวนลำไส้ อาศัยน้ำบ้าง หรือสารละลายบางอย่างเกิดผลในการขจัดตะกรัน เก่าเก็บในลำไส้ และอาศัย ผลทางชีวเคมี ของสารที่สวนนั้น ลดสารเสียในร่างกายลง

๔) ฝึกลมปราณล้างพิษ ในการปฏิบัติชี่กง หรือโยคะ ให้กายประสานใจ ร่วมกับการขจัดสารเสีย ทางลมหายใจ

๕) ฝึกสมาธิล้างพิษ เน้นความสงบทางจิตใจ ลดอัตราเผาผลาญของร่างกาย ลดการเกิดสารพิษ
ถ้าสามารถ ต่อยอดด้วย วิปัสสนากรรมฐาน ก็ช่วยขจัดอาสวะกิเลส ก้าวสู่การพ้นทุกข์

ที่มา : http://www.asoke.info/